Custom Search

รีไฟแนนซ์(Refinance)

posted on 17 May 2009 20:14 by wimarn2009
รีไฟแนนซ์(Refinance)

 

 

 

ข้อแนะนำเลือกสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและการรีไฟแนนซ์

 

            1.ค่าธรรมเนียมเรียกเก็บในการชำระเงินกู้คืนก่อรกำหนด ตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น กำหนดให้สถาบันการเงินมีสิทธิเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากลูกค้าในกรณีที่มีการคืนเงินกู้ก่อนกำหนดภายใน 3 ปี โดยให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมได้ไม่เกิน 2 % ดังนั้นทำให้เงื่อนไขค่าธรรมเนียมส่วนนี้ของสถบันการเงินแต่ละแห่งจึงมักมีความแตกต่างกัน สำหรับในฝั่งของผู้กู้ยืมแล้ว หากค่าธรรมเนียมในส่วนนี้กำหนดไว้ในอัตราที่ต่ำ หรือไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ก็จะช่วยให้ผู้กู้มีความยือยุ่นในการทำรีไฟแนนซ์ ( Refinace ) เพื่อให้ต้นทุนเงินกู้ลดลงได้

 

            2.อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ส่วนใหญ่มักอ้างอิงจากอัคราดอกเบี้ย MLR หรือ MRR ในความเข้าใจของคนทั่วไป มักเข้าใจผิดว่าอัคราดอกเบี้ยทั้งสองตัวเท่ากันทุกสถาบันการเงิน แต่ในความเป็นจริงแล้ว อัตราดอกเบี้ย MLR และ MRR ขอธนาคารพาณิขย์แต่ละธนาคารจะไม่เท่ากันดังนั้นแม้เงื่อนไขดอกเบี้ยจะกำหนดไว้เหมือนกัน เช่น MLR-1.0% จึงไม่ได้หมายความว่าอัคราดอกเบี้ยที่คิดจะเท่ากันในแต่ละสถาบันการเงินแต่อย่างใด เช่น MLR สถาบันการเงิน A อาจเท่ากับ 6 % แต่ในสถาบันการเงิน B อาจแค่ 5.5 % ดังนั้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อที่อยู่อาศัยที่คิดจริง ๆ ตามเงื่อนไข MRL-1 % ในสถาบันการเงิน A จะเท่ากับ 5 % ในขณะที่สถาบันการเงิน B เท่ากับ 4.5 % เท่านั้น

 

            3.ค่าธรรมเนียมในการประเมินราคาหลังหลักประกัน  สถาบันการเงินแต่ละแห่งเรียกเก็บไม่เท่ากัน ดังนั้นหากสถาบันการเงินใดเรียกเก็บน้อย ก็จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับผู้กู้ได้ทางหนึ่ง

 

            4.ปัจจุบันมีสถาบันการเงินบางแห่งร่วมมือกับเจ้าของโครงการบ้านจัดสรร เสนอเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ย 0 % ให้กับลูกค้าในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งในอีกนัยหนึ้งก็คือเจ้าของโครงการช่วยแบกรับภาระดอกเบี้ยในช่วงระยะเวลาหนึ่งแทนลูกค้านี่นเอง  ดังนั้นเงื่อนไขเช่นนี้ควรนำมาร่วมพิจารณาใช้ประกอบในการตัดสินใจเลือกซื้อบ้านและที่ดินในแต่ละโครงการด้วย

 

            5.ค่าธรรมเนียมในการยื่นขอสินเชื่อหรือขอกู้ ที่เรียกเก็บจากลูกค้าตามวงเงินที่ขอกู้ในแต่ละสถาบันการเงินมักจะกำหนดไม่เท่ากัน ข้อแนะนำง่าย ๆ ในประเด็นนี้ก็คือเลือกสถาบันการเงินที่คิดค่าธรรมเนียมในส่วนนี้น้อย ๆ นั่นเอง

 

            6.ค่าประกันอัคคีภัย มักแตกต่างในแต่ละสถาบันการเงิน ดังนั้นจึงต้องสอบถามค่าใช้จ่ายในส่านนี้ให้ชัดเจน

 

            7.วงเงินที่ธนาคารแต่ละแห่งให้กู้จะไม่เท่ากัน ซึ่งรวมถึงเงื่อนไขระยะเวลาในการให้กู้ยืมสำหรับอสังหาริมทรัพย์แต่ละประเภทมักมีความยาวนานไม่เท่ากัน สุถาบันการเงินที่ให้วงเงินค่อนข้างสูง และระยะเวลาการกู้ยืมที่ยาวนานกว่า จะทำให้ผู้ซื้อบ้านหรือผู้ลงทุนในบ้านและที่ดินมีความยืดหยุ่นในการดำเนินการได้มากกว่า

 

            8.การประเมินราคาหลักประกัน ของสถาบันการเงินแต่ละแห่งจะประเมินราคาสูงต่ำไม่เท่ากันซึ่งจะมีผลทำให้วงเงินให้กู้ยืมสูงต่ำไม่เท่ากัน เพราะวงเงินกู้ยืมผูกติดกับมูลค่าหลักประกัน

 

            9.อัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินนำเสนอมักมีหลาบรูปแบบ เช่น แบบคงที่ แบบลอยตัว และแบบผสมผสาน แนวทางในการเลือกรูปแบบอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสม มีข้อแนะนำคือ หากท่านคิดว่าอัตราดอกเบี้ยในอนาคตมีแนวโน้มจะสูงขึ้น ท่านควรจะต้องเลือกรูปแบบอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ให้ยาวที่สูดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในทางกลับกันหากท่านแน่ใจว่าอัตราดอกเบี้ยในระยะยาวมีแนวโน้มจะลดลงต่ำลง

ท่านก็ควรจะเลือกเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว หรือถ้าจะเป็นแบบคงที่ ก็ให้เป็นแบบคงที่สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

            10.เลือกกู้สถาบันการเงินที่มีความมั่นคง เพราะการกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัยกมายถึงการที่ท่านต้องผูกพันกับสถาบันการเงินในระยะยาวถ้าหากสถาบันการเงินเกิดมีปัญหาในอนาคต อาจส่งผลกระทบต่อการกู้ยืมเงินและต่อการถือครองหลักทรัพย์ของท่านก็ได้

 

            11.การทำ  Refinance    ไม่จำเป็นต้องทำกับสถาบันการเงินอื่นเสมอไปท่านยังมีทางเลือกทางหนึ่งในการทำ    Refinance  ได้กับสถาบันการเงินที่กู้อยู่เดิม  ซึ่งการดำเนินการในลักษณะเช่นนี้จะช่วยในการลดค่าธรรมเนียมในการจดจำนอง 1 % ของเงินกู้ได้

 

            12.ในการทำ    Refinance  ต้องแน่ใจว่าอัตราดอกเบี้ยของสถาบันการเงินแห่งใหม่ต่ำกว่าการกู้เดิมจริง ๆ ทั้งในระยะสั้นและในระยะยาวตลอดจนสิ้นสุดอายุสัญญา

 

            13.การกู้ยืมเงินในสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย นอกจากจะต้องพิจารณาเงื่อนไขของธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ธนาคารอาคารสงเคราะห์และธนาคารออมสินเปรียบเทียบกันแล้ว อย่าลืมพิจารณาดูเงื่อนไขการปล่อยกู้ของบริษัทประกันด้วยเพราะบ่อยครั้งที่ บริษัทประกันมักมีเงื่อนไขที่จูงใจมากกว่า แต่คนมักจะมองข้ามกัน

 

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร บ้านมือสอง

ได้ที่ http://www.wimarn.com

ครับ 

ขายบ้านเดี่ยว ม.บ้านสวนพงษ์เพชร ซ.แจ้งวัฒนะ43 ปากเกร็ด นนทบุรี (BL101)

 

  • บ้านสวยทำเลเยี่ยม ใกล้ อิมแพคอารีน่าแค่ รั้วกั้น เดินทางสะดวกมากไม่ว่าเข้าเมืองหรือออกนอกเมือง
  • อยู่ซอย แจ้งวัฒนะ 43 รายล้อมด้วย ห้างและศูนย์ราชการต่างๆมากมาย เช่น Central ,makro,Carefour, กระทรวงยุติธรรม,กงศุลไทย,การสื่อสาร,มสธ.ฯลฯ
  • พท.67ตรว.  3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคา 3.8 ล้านบาท 

หากคุณ สนใจบ้านหลังนี้ สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 02-898-7240

เรายังมีบ้านอีกหลายหลัง ให้่คุณได้ชม อีกมากมายที่ http://www.wimarn.comครับ

ขอบคุณ ที่สนใจในบริการของเรา ครับ

-----------------------------------------------------------------

 รับฝากขายบ้าน บ้านใหม่ บ้านมือสอง รับฝากขายบ้านทั้งใน กทม. และปริมลฑล ซื้อบ้าน ขายบ้าน ขายฝาก จำนองโดยทีมงานมืออาชีพ

http://www.wimarn.com

การเลือก บ้านมือสอง

posted on 15 May 2009 12:08 by wimarn2009

ข้อแนะนำในการเลือกซื้อ บ้านมือสอง

การเลือกซื้อ บ้านมือสอง ที่ดีนั้น เน้นคุณสมบัติ  3  ประการ  คือ ราคาถูกเพื่อนบ้านดี  ทำเลเด่น
1.ดูทำเล บ้านมือสอง  เน้นพื้นที่ในย่านที่กำลังมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นหรือฟื้นฟูจากสภาพไม่น่าอยู่ 

    
2.สำรวจสภาพแวดล้อมและเพื่อนบ้านโดยเข้าไปพูด คุยสำรวจสอบถามเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ในสภาพแวดล้อมควร เน้นเลือกแหล่งที่ยังคงเจริญต่อไป  และมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่อชีวิตประจำวัน  เช่น  ใกล้โรงเรียน  ศูนย์การค้า  ตลาด  และโรงพยาบาล  ทั้งนี้ควรอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าน้ำจะต้องไม่ท่วมและไม่มีมลภาวะทางกลิ่น  แสง  และเสียง


3.สภาพ บ้านมือสอง  เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ  เพราะมูลค่า บ้านมือสอง นอกจากจะขึ้นอยู่กับความต้องการและปริมาณสินค้าในตลาดแล้วยังขึ้นอยู่กับ ลักษณะตัว บ้านมือสอง เองด้วย  ให้ท่านสำรวจและประเมินราคาทรัพย์สินด้วยตัวเอง  เช่น  ตรวจดูขนาดทรัพย์สินว่าเหมาะสมกับการใช้ประโยชน์หรือเปล่า  สภาพทรัพย์สิน  การปรับปรุงทรัพย์สิน  และการจัดการทรัพย์สิน

                      
4.ซื้อ บ้านมือสอง ที่ราคาค่าเช่าต่ำกว่าราคาเช่าในท้องตลาด  เพราะเราสามารถเพิ่มค่าเช่าได้


5.เลือกซื้อ บ้านมือสอง ที่มีเงื่อนไขเงินกู้สนับสนุน  เช่น  อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาด  หรืออัตราดอกเบี้ย  0%  เพราะผลประโยชน์เหล่านี้คือส่วนลดจากราคาซื้อ บ้านมือสอง นั่นเอง


6.สอบถามเรื่องบริการชุมชนจากเพื่อนว่างานสารธาณูป โภคตลอดจนค่าใช้จ่ายส่วนกลางเป็นอย่างไร  การดูแลรักษาสภาพโครงการสม่ำเสมอ  และเหมาะสมหรือไม่


7.ตรวจข้อมูลเกี่ยวกับการจำนอง บ้านมือสอง  เดิมกับสถาบันการเงินให้ชัดเจนรวมถึงภารผูกพันและสัญญาเช่าเดิมที่มีอยู่กับ ผู้อาศัยในปัจจุบันเพระผู้ซื้ออาจมีปัญหาการส่งค่างวด  หรือค่าบริหารทรัพย์สินส่วนกลางต้องคุยรายละเอียดในเงื่อนไขเหล่านี้ให้ ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ


8.ต้องคุยเรื่องค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนโอน บ้านมือสอง ที่จะซื้อ  และภาษีให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้รับภาระ


9.เปรียบเทียบกับราคาประเมินบ้านที่มีอยู่แล้ว  เช่น  ราคาซื้อขาย บ้านมือสอง ที่คล้ายคลึงในบริเวณที่ใกล้เคียง  ราคาประเมินของกรมที่ดิน  ของธนาคาร  และบริษัทประเมิน


10.ต่อรองราคาให้ราคาต่ำมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไป ได้  การต่อรองราคาถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ต้องใช้เสมอ  ก่อนที่จะทำสัญญาซื้อขายขั้นสุดท้าย  ให้ระลึกไว้เสมอว่าเงินทุกบาทที่ท่านต่อรองซื้อได้ต่ำกว่าราคาเสนอขาย  นั่นหมายถึงกำไรที่จะตกมาถึงท่านในที่สุดนั่นเอง


11.ตรวจสอบและขอหลักฐานเก่าๆ  ที่เป็นส่วนประกอบของสัญญาเดิมเอาไว้  เพราะเอกสารเหล่านี้มีผลในการบังคับให้เจ้าของโครงการต้องปฏิบัติตามที่ตกลง หรือสัญญาที่เคยระบุไว้


12.การใช้บริการของบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์  จัดเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเลือกซื้อ บ้านมือสอง อย่างชาญฉลาดทางหนึ่ง  เพราะเป็นช่องทางที่ทำให้มี บ้านมือสอง มาให้เลือกมากขึ้น  และยังมีโอกาสให้มีคำแนะนำและการช่วยเหลือในด้านต่างฯ  ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อ บ้านมือสอง ด้วย  เช่น  การพาไปดูบ้าน  การติดต่อสถาบันการเงิน  การหาราคาประเมิน  ซึ่งบริการเหล่านี้มักไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย  หรือหากเสียก็น้อยมาก

 

อ่านเรื่องอื่น ๆต่อ ได้ที่  http://www.wimarn.com